รีวิวเจาะลึก SwiftCarbon Ultra-Vox RS1

SwiftCarbon Ultra-Vox เป็นเฟรมซี่รี่ย์ท็อปของแบรน์ SwiftCarbon ที่เกิดจากอดีตนักปั่นโปรฯชาว แอฟริกาใต้ Mark Blewett ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เติบโตเร็วมากในตลาดจักรยานโลก และเป็นที่รู้จักในบ้านเราพอสมควร โดยเฉพาะ เฟรมในซี่รี่ย์ Ultra-Vox ที่ถือเป็นตัวเรือธงตัวนี้

วันนี้ เราจะมา รีวิวเจาะลึกเฟรม SwiftCarbon Ultra-Vox RS1 ตัวรองท็อปในซี่รี่นี้กัน ว่ามีความน่าสนใจแค่ไหน

SwiftCarbon Ultra-Vox RS1

เป็นตัวรุ่นน้องในซี่รี่ย์ ที่ได้พิมพ์เขียวการออกแบบมาจากรุ่นพี่ Ultra-Vox TI มาทุกอย่าง แตกต่างกันที่วัสดุคาร์บอนที่ใช้ในการขึ้นรูป ในขณะที่ Ultra-Vox TI ใช้คาร์บอนเกรด Torey T1000 และ T800 ในการขึ้นรูป  RS1 ใช้คาร์บอน Torey T800 และ T700 ในการขึ้นรูป เพื่อทำให้ราคาลดลงมาก สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น แลกกลับการที่ นน.เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงคาร์เร็คเตอร์เฉพาะตัวของ Ultra-Vox ใว้อย่าครบถ้วน

การออกแบบ ท่อรูปทรงสี่เหลี่ยม ตั้งแต่ท่อคอต่อมา Down tube ห้องกะโหลกต่อไปจนถึง Chain stay  ช่วยเพิ่มความ Stiff ให้กับ บริเวณที่เป็นจุดหลักที่รับแรงกดเวลาเราปั่น ทำให้เฟรม Ultra-Vox มีความ Stiff สูงมาก ซึ่ง Swift เคลมว่าสูงถึง 250N/mm บริเวณกะโหลก และ 130N/mm บริเวณท่อคอ

ท่อล่างและห้องกะโหลก รูปทรงสี่เหลี่ยมเพิ่มความ stiff ในบริเวณที่รับแรงกดลูกบันได

ท่อคอทรงสี่เหลี่ยมต่อมาเสมอแนวตะเกียบ เพิ่มความแข็งแรงสำหรับรับแรงบิดเวลา Sprint หรือยืนโยกแรงๆ

การออกแบบหางหลัง(Seat Stay)  Swift Ultra-Vox RS1 ออกแบบหางหลังรูปทรงสามเหลี่ยมที่มีขนาดเล็ก ทำให้สามารถให้ตัวได้มากกว่า เพื่อการซับแรงสะเทือนที่เกิดจากพื้นถนน ให้ขึ้นไปถึงคนปั่นน้อยที่สุด

หางหลัง (Seat stay) ทรงสามเหลี่ยมเพื่อการซับแรงสะเทือนจากพื้นถนน

ตะเกียบหน้าเป็นตะเกียบตรง-แบน ที่รูปทรงต่อมาจากท่อคอพอดี เพื่อความแอร์โร่ไดนามิคและกวนการไหลของอากาศให้น้อยที่สุด

การเดินสายในเฟรมแบบเก็บหมด คือเข้าที่บริเวณใกล้ท่อคอแล้วมาโผล่อีกทีบริเวณหางหลังตรงตีนผีและท่อนั่งตรงสับจานเลย โดยออกแบบช่องที่มีฝาคาร์บอนปิด ทำให้ไม่ต้องเดินสายออกด้านนอกเลย ดูเป็นระเบียบ ทำงานง่าย ไม่เก็บฝุ่นและที่สำคัญทำให้ระบบเดินสายทั้งระบบมีความ”แน่น” ไม่มีเสียงกุกกั๊กให้รำคาญเวลาปั่นทางขรุขระ ซึ่งอันนี้ถือเป็นคาร์เร็คเตอร์อันนึงของเฟรม Swift ซีรีย์นี้เลย

เก็บสายเดินในยาวตั้งแต่ท่อคอไปถึงออกตรงหางหลังเหนือตีนผีเลย

ช่องปิดใต้กะโหลก และห้องกะโหลกคาร์บอน

กะโหลก press-fit 30 ที่มีขนาดใหญ่เพื่อความ Stiff สูงสุดในจุดที่รับแรงกดโดยตรง และการออกแบบห้องกะโหลกด้วยคาร์บอนทั้งหมด ทำให้นอกจากนน.เบา งานจบออกมาดูดี ยังทำให้หมดปัญหาการที่โลหะกับคาร์บอนหลุดออกจากกันด้วย

และ เฟรมรองรับ DI2 ซ่อนสายในเฟรมด้วย

งานสีและลวดลายของ RS1

RS1 สีที่นำมาทำรีวิวตัวนี้เป็นสีคาร์บอน-น้ำเงินขาว เป็นสีด้าน ลวดลายเป็นการเล่นกับเส้นตัวอักษร สีและลายไม่เยอะ ออกแนวเรียบขรึมตามสไตล์ของ SwiftCarbon อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบแต่ล่ะคนครับ

แต่ต้องยอมรับว่า งานสีและงานเก็บตามจุดต่างๆ ทำได้ค่อนข้างดีมาก ห้องกะโหลกที่เป็นคาร์บอนทั้งหมด เก็บงานได้ดี ไม่มีเศษหรือรอยต่อคาร์บอนที่

 

ทดลองปั่น SwiftCarbon Ultra-Vox RS1

ต้องบอกก่อนว่า เราได้ทดลองปั่น RS1 ในระยะสั้นๆ และเป็นถนนทางเรียบล้วน ทำให้อาจได้ข้อมูลได้ไม่ครบถ้วน แต่ก็เพียงพอที่จะจับความเป็น RS1 ได้พอที่จะเอามาแชร์กันครับ

RS1 ที่เราเอามาลองกันวันนี้ ประกอบกับชุดขับ 105 11 speed ล้อคาร์บอน ColorPlus Clincher 38mm Stem Alu Uno แฮนด์ Alu Deda และหลักอาน Alu Uno

ความรู้สึกแรก

สิ่งแรกที่จับได้เลย คือความรู้สึก”แน่น”ที่ตัวเฟรม ตั้งแต่การออกตัวและเวลาเร่งความเร็วหรือยืนกด จะรู้สึกว่าเฟรมตอบสนองกับแรงกดได้ดีทีเดียว น่าจะเป็นผลจากการออกแบบห้องกะโหลกที่ใหญ่ และการเชื่อมต่อกันของท่อรูปทรงสี่เหลี่ยม ของท่อล่างท่อนั่งกะโหลกและ Chainstay

ความพุ่ง น่าจะเป็นจุดเด่นอันหนึ่งของเฟรมซีรี่ย์ Ultra-Vox  พุ่ง ตอบสนองดี อัตราเร่งดี

ความสบาย ในวันทดสอบรถ ไม่ได้ลองถนนขรุขระมากๆจริงๆ ทำให้อาจไม่เห็นมุมนี้มากนัก แต่ก็รู้สึกถึงการซับแรงของเฟรมและหางหลังจากพื้นถนนได้ในระดับหนึ่ง ถ้าต้องขี่ยาวๆ ก็น่าจะไม่มีปัญหากับอาการเมื่อยล้าเท่าไร

 การบังคับรถ

ด้วยความที่เป็นรถองศาแข่งเดียวกับตัว Ultra-Vox TI ที่ท่อคอค่อนข้างสั้น ฐานล้อแคบ ทำให้การเข้าโค้งทำได้ค่อนข้างคม โดยเฉพาะเวลาจับแฮนด์ดร็อป  แต่ก็ต้องให้ความสำคัญกับการเซทรถอย่างเหมาะสมเวลาประกอบใหม่ไม่ให้ก้มมากเกินความเหมาะสมของคนปั่น

 

สรุป

จุดเด่นของเฟรมตละกูล Ultra-Vox คือความสมดุลระหว่างความพุ่งกับความสบาย การตอบสนองต่อการเร่งและการเข้าโค้งทำได้ดี ตามแบบเฉพาะของรถแข่งทุกประการ แม้ว่าตัวเฟรม RS1 จะมีน้ำหนักนิดนึงคือประมาณ 1,010 กรัม แต่ด้วยองศาแบบเดียวกับตัวท็อปในราคาที่ย่อมเยาลงมาก ทำให้เฟรมตัวนี้คุ้มค่าน่าสนใจมากครับ

จุดเด่น

  1. ความสมดุลของความพุ่งกับความสบายทำได้ดีมาก
  2. ความ Stiff สูง พุ่ง ตอบสนองการเร่งได้ดีมาก
  3. องศารถแข่ง ก้มได้เยอะ เข้าโค้งคม
  4. งานสีและรายละเอียดเฟรมทำได้ดี การเก็บสายในเฟรมและห้องกะโหลกค่อนข้างเนี๊ยบ
  5. ราคาย่อมเยาว์ สำหรับรถเกรดแข่งระดับนี้

จุดต้องพิจรณา

  1. เฟรมน้ำหนักไม่เบาที่สุด อาจไม่ตรงกับคนที่ต้องการแต่งรถเบามากๆ หรือสายเขาจ๋าๆ
  2. องศารถแข่ง ต้องเซทรถให้เหมาะไม่งั้นจะขี่ไม่ไหว

เฟรมตัวนี้เหมาะกับใคร 

คนที่ชอบรถ พุ่งๆ แน่นๆ องศารถซิ่งๆ และงานเนี้ยบๆ ในราคาที่ไม่แพงมาก

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามรับบทความดีๆ ส่งตรงถึง Line คุณ

กดเป็นเพื่อนกับเราได้ทาง Line id : @Letsbike (มี @ นำหน้า)
โทร 086-0009824, 02-9829166
.
ร้านอยู่ในเมืองทองธานีครับ
แผนที่ร้าน
Www.letsbike.co.th/map
ร้านเปิด อังคาร-อาทิตย์ 10.30-1 ทุ่ม ปิดวันจันทร์